วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569 นายทวีภัทร เหล่าบรรเทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสุรัตน์ ราชประโคน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 5 นางสาวบงกชธร เกษอินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการประกอบอาชีพของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองกี่ จำกัด ณ สวนพุทราสามรสของนายอนันต์ แซกรัมย์ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองกี่ จำกัด จังหวัดบุรีรัมย์
นายอนันต์ แซกรัมย์ เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยปลูก พุทราสามรส ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ จำนวน 300 ต้น โดยให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาต้นพุทรา การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และการคัดเลือกผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคสวนพุทราสามรสแห่งนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 20 ตันต่อปี มีมูลค่าการจำหน่ายประมาณ 650,000 บาทต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว โดยใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและสามารถสร้างมูลค่าจากผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น
ในการลงพื้นที่ นายทวีภัทร เหล่าบรรเทา สหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เยี่ยมชมแปลงปลูกพุทราสามรส พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายอนันต์เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การคัดคุณภาพผลผลิต ตลอดจนต้นทุนการผลิต สถานการณ์ด้านการตลาด และช่องทางการจำหน่าย เพื่อรับทราบข้อมูลจากสมาชิกโดยตรง และนำไปใช้ประกอบการกำหนดแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมกับความต้องการของสมาชิก
นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการ เพิ่มมูลค่าผลผลิตและการพัฒนาช่องทางการตลาด โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์สินค้า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมและน่าสนใจ รวมถึงการใช้ช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายและขยายฐานลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างรายได้จากผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์มีแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกสหกรณ์ให้สามารถพัฒนาอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเชื่อมโยงตลาด และการนำองค์ความรู้ด้านการผลิตและการตลาดมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกอย่างเป็นรูปธรรม สวนพุทราสามรสของนายอนันต์ แซกรัมย์ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองกี่ จำกัด ที่สามารถนำศักยภาพของพื้นที่มาพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว โดยมีสหกรณ์และหน่วยงานภาครัฐเป็นกลไกในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามผลการดำเนินงานและรับฟังปัญหาของสมาชิกแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งนำข้อมูลจากพื้นที่จริงมาใช้ในการวางแนวทางส่งเสริมและพัฒนาสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง เพิ่มรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว ชุมชน และระบบสหกรณ์อย่างยั่งยืนต่อไป